BTC ดิ่งสุดขีด สร้างความกลัวให้นักเทรด

สถานการณ์ Bitcoin (BTC) ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ 2026 กำลังเผชิญกับภาวะ “Panic Sell” ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปีครับ โดยล่าสุดราคาได้ดิ่งลงไปทดสอบระดับ $66,000 – $67,000 (ประมาณ 2.0 – 2.1 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการล้างไพ่ครั้งสำคัญที่ทำให้นักลงทุนหลายคนเริ่มถอดใจ บทความนี้จะเจาะลึกปัจจัย “ใหม่” ที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ


1. วิเคราะห์ 3 ชนวนเหตุใหม่: ทำไมครั้งนี้ถึงลงแรงกว่าเดิม?

นอกจากเรื่องดอกเบี้ย Fed ที่เราเคยรู้กัน ครั้งนี้มีปัจจัยลบใหม่ที่เข้ามาซ้ำเติมตลาดอย่างรุนแรงครับ:

  • ความล้มเหลวของร่างกฎหมาย Stablecoin: ในสัปดาห์นี้มีข่าวใหญ่จากวอชิงตันว่า ร่างกฎหมายที่จะอนุญาตให้บริษัทคริปโตจ่ายผลตอบแทน (Yield) จาก Stablecoin ถูกคัดค้านอย่างหนักจากกลุ่มธนาคารดั้งเดิม ส่งผลให้ร่างกฎหมายนี้ “หยุดชะงัก” นักลงทุนที่เคยคาดหวังว่าเม็ดเงินมหาศาลจะไหลเข้าสู่ระบบจึงเริ่มเทขายเพื่อลดความเสี่ยง
  • ปรากฏการณ์ “Underwater” ของบริษัทรายใหญ่: ปัจจุบันราคา BTC ร่วงลงมาจนต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทมหาชนยักษ์ใหญ่บางแห่ง (เช่น Strategy หรืออดีต MicroStrategy ที่มีต้นทุนเฉลี่ยแถว $76,000) เมื่อบริษัทเหล่านี้เริ่ม “ขาดทุนทางบัญชี” จึงเกิดความกังวลว่าอาจมีการขายออกมาเพื่อรักษาสภาพคล่อง
  • การรวมตัวของ SEC และ CFTC (Project Crypto): เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา มีการเปิดตัวหน่วยงานร่วมเพื่อคุมเข้มการซื้อขายคริปโตแบบมี Leverage ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสภาพคล่องในตลาดฟิวเจอร์ส ทำให้ “วาฬ” หลายตัวเลือกที่จะถอนตัวออกไปรอดูสถานการณ์

2. จุดต่ำสุดใหม่อยู่ตรงไหน? (Technical Perspective)

ในเชิงเทคนิค การร่วงลงครั้งนี้ทำลายแนวรับสำคัญที่ $74,000 ไปอย่างราบคาบ ทำให้มุมมองเปลี่ยนไปดังนี้:

  • แนวรับถัดไปที่น่ากลัว: หากราคาไม่สามารถดึงกลับมาเหนือ $68,000 ได้ในเร็วๆ นี้ เป้าหมายถัดไปที่นักวิเคราะห์มองคือ $62,000 – $64,000 ซึ่งเป็นโซนสะสมของรายใหญ่ในอดีต
  • ดัชนีความกลัว (Fear & Greed Index): ปัจจุบันร่วงลงมาแตะระดับ “Extreme Fear” ซึ่งในทางสถิติมักจะเป็นจุดที่ราคาใกล้จะถึงจุดต่ำสุด แต่ความน่ากลัวในรอบนี้คือ “ปริมาณการซื้อ (Volume)” ยังไม่กลับมาสะท้อนว่าคนยังไม่กล้า “รับมีด”

3. สิ่งที่ควรทำในตอนนี้ (Survival Guide)

หากคุณกำลังติดดอยหรือรอช้อนซื้อ นี่คือสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุดที่คุณควรพิจารณา:

  1. หยุดไล่ตามราคา (Stop Chasing): ในภาวะที่ตลาดร่วงแรงแบบไร้แนวรับ การ “ช้อน” ทุกไม้ที่ลงอาจทำให้เงินทุนหมดก่อนถึงจุดต่ำสุดจริง แนะนำให้รอการสร้างฐาน (Sideway) อย่างน้อย 3-5 วันก่อนตัดสินใจ
  2. จับตาดูเงินไหลออก (ETF Outflows): ตราบใดที่กองทุน Spot ETF ยังคงมีเงินไหลออกหลักพันล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ราคาก็ยากที่จะกลับตัวได้ ข้อมูลนี้คือ “ตัวชี้วัดความเชื่อมั่น” ที่แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน
  3. พิจารณาสินทรัพย์อื่นประกอบ: ในขณะที่ BTC ร่วง ทองคำ กลับเริ่มมีการพักตัวหลังจากขึ้นไปแรง นี่อาจเป็นสัญญาณว่าเงินกำลังจะไหลกลับมาหาสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งในไม่ช้า แต่ต้องรอให้ดอลลาร์ (DXY) เริ่มอ่อนค่าลงอย่างชัดเจนก่อน

สรุปส่งท้าย

Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง “ล้างนักเก็งกำไร” ออกจากระบบ นโยบายจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2026 นี้ดูจะเข้มงวดกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ตอนแรก บทสรุปคือ “ความอดทน” จะเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดของเทรดเดอร์ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ครับ