วิเคราะห์ราคาทองคำ

ข้าสู่ช่วงต้นปี 2026 ราคาทองคำได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญอย่างต่อเนื่อง (แตะระดับ $4,600 ต่อออนซ์ในตลาดโลก) ซึ่งสร้างความตื่นตัวให้กับนักลงทุนทั่วโลก บทความนี้จะวิเคราะห์เจาะลึกถึง 4 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำให้เป็นขาขึ้นอย่างรุนแรงในขณะนี้ครับ

1. วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์: ความไม่สงบที่เป็น “เชื้อไฟ”

ทองคำมักจะทำหน้าที่เป็น “สินทรัพย์ปลอดภัย” (Safe Haven) ได้ดีที่สุดเมื่อโลกมีความเสี่ยงด้านสงครามหรือการเมือง

  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง: สถานการณ์ในอิหร่านและพื้นที่ใกล้เคียงยังคงมีความเปราะบาง ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและผลักดันให้คนเข้าหาทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยง
  • วิกฤตการณ์ใหม่ในเวเนซุเอลา (Venezuela Shock): ปัญหาการเมืองภายในเวเนซุเอลาที่รุนแรงขึ้นในช่วงต้นปี 2026 กลายเป็นปัจจัยลบที่เขย่าความเชื่อมั่นในภูมิภาคอเมริกา และส่งแรงกระเพื่อมมายังตลาดทองคำโลก
  • ความไม่แน่นอนในเอเชีย: การส่งสัญญาณเลือกตั้งก่อนกำหนดในญี่ปุ่นท่ามกลางความตึงเครียดกับจีน ทำให้เกิดความกังวลเรื่องเสถียรภาพในฝั่งเอเชีย นักลงทุนจึงเลือกถือทองคำมากกว่าสกุลเงินในภูมิภาค

2. นโยบายการเงินและการลดค่าเงินดอลลาร์ (De-dollarization)

หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่สุดของรอบปีนี้คือการ “เปลี่ยนผ่าน” ของระบบการเงินโลก

  • การเข้าซื้อของธนาคารกลาง: ธนาคารกลางทั่วโลก (โดยเฉพาะในเอเชียและกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่) ลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ และหันไปสะสมทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศสูงเป็นประวัติการณ์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกคว่ำบาตรทางการเงิน
  • ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed: เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มมีท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินหรือลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัว ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงโดยธรรมชาติ ส่งผลให้ทองคำที่ราคาอ้างอิงเป็นดอลลาร์ดู “ถูกลง” และน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น

3. เศรษฐกิจโลกชะลอตัวและภาวะเงินเฟ้อ

แม้จะผ่านพ้นช่วงวิกฤตโรคระบาดมานานแล้ว แต่โลกในปี 2026 ยังคงเผชิญกับ “ภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำแต่เงินเฟ้อยังสูง” (Stagflationary environment)

  • ความเชื่อมั่นต่อเงินกระดาษ (Fiat Currency) ลดลง: นักลงทุนเริ่มกังวลเรื่องหนี้สาธารณะมหาศาลของประเทศมหาอำนาจ ทำให้ทองคำถูกมองว่าเป็น “เงินที่แท้จริง” (Hard Asset) ที่ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้ตามอำเภอใจ
  • แรงหนุนจากกองทุน ETF: กระแสเงินไหลเข้ากองทุนทองคำ (Gold ETF) กลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่เริ่มปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนมาที่ทองคำมากขึ้นเพื่อชดเชยตลาดหุ้นที่เริ่มมีความผันผวน

4. ปัจจัยภายในประเทศไทย: เงินบาทและทองแท่ง

สำหรับเทรดเดอร์ในไทย ราคาทองในประเทศที่พุ่งสูง (มีโอกาสเห็นเลข 50,000 – 60,000 บาทต่อบาททองคำ) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาโลกเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยเสริมคือ:

  • เงินบาทอ่อนค่า: แม้ราคาทองโลกจะทรงตัว แต่หากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จะทำให้ราคาทองคำในประเทศพุ่งสูงขึ้นทันที
  • ความต้องการช่วงต้นปี: ความเชื่อเรื่องการสะสมทองคำมงคลและการซื้อเพื่อเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลในเอเชีย (ไทย, จีน, อินเดีย) ยังคงเป็นแรงหนุนฝั่งอุปสงค์ (Demand) ที่แข็งแกร่ง

สรุปมุมมองการลงทุน

ราคาทองคำในปี 2026 ไม่ได้ขึ้นเพราะ “ข่าวชั่วคราว” แต่เกิดจาก โครงสร้างระบบการเงินโลกที่เปลี่ยนไป ทองคำจึงไม่ใช่แค่ของประดับแต่กลายเป็น “ประกันภัย” ของพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงและเร็ว มือใหม่ควรระวังแรงเทขายทำกำไรในระยะสั้น