กำเนิด Bitcoin: จากจดหมายอีเมลฉบับหนึ่ง สู่การปฏิวัติการเงินโลก
ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 (Hamburger Crisis) ในขณะที่ธนาคารยักษ์ใหญ่กำลังล้มละลายและผู้คนเริ่มหมดศรัทธาในระบบธนาคารกลาง มีบุคคลหรือกลุ่มคนลึกลับที่ใช้นามแฝงว่า “Satoshi Nakamoto” ได้เผยแพร่เอกสารชุดหนึ่งที่เปลี่ยนโลกการเงินไปตลอดกาล
1. จุดเริ่มต้น: Whitepaper ของ Satoshi
ในวันที่ 31 ตุลาคม 2008 Satoshi ได้ส่งอีเมลเข้าไปในกลุ่มนักเขียนโปรแกรมที่สนใจเรื่องการเข้ารหัสลับ (Cypherpunks) โดยแนบเอกสารที่ชื่อว่า “Bitcoin: A Peer-to-Peer Electronic Cash System”
เนื้อหาในนั้นอธิบายถึงระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่:
- ไม่ต้องมีคนกลาง: ไม่ต้องใช้ธนาคารในการยืนยันธุรกรรม
- ป้องกันการจ่ายเงินซ้ำ (Double Spending): แก้ปัญหาที่เงินดิจิทัลในอดีตทำไม่ได้
- มีความเป็นส่วนตัวและโปร่งใส: ทุกคนตรวจสอบธุรกรรมได้ แต่ระบุตัวตนจริงได้ยาก
2. บล็อกแรกของโลก (The Genesis Block)
วันที่ 3 มกราคม 2009 Satoshi ได้ทำการ “ขุด” บล็อกแรกของเครือข่าย Bitcoin ขึ้นมา เรียกว่า Genesis Block หรือ Block 0
สิ่งที่น่าสนใจคือ Satoshi ได้ฝังข้อความลับไว้ในบล็อกนั้นด้วยว่า:
“The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks” (พาดหัวข่าวจากหนังสือพิมพ์ The Times ว่าด้วยเรื่องรัฐมนตรีคลังกำลังจะอุ้มธนาคารเป็นครั้งที่สอง)
ข้อความนี้เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์และเป็นการประชดประชันระบบการเงินแบบเก่าที่เป็นเหตุผลให้ Bitcoin ถือกำเนิดขึ้นมา
3. กลไกที่ทำให้ Bitcoin อยู่รอด (Blockchain & Mining)
เพื่อให้ระบบอยู่ได้โดยไม่มีเจ้าของ Satoshi จึงสร้างกลไกที่เรียกว่า Proof of Work:
- นักขุด (Miners): ใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อตรวจสอบธุรกรรม
- รางวัล: นักขุดที่ทำงานสำเร็จจะได้รับ Bitcoin ใหม่เป็นรางวัล
- ความปลอดภัย: ข้อมูลจะถูกเก็บไว้ใน “บล็อก” ที่เชื่อมต่อกันเป็นสายโซ่ (Blockchain) หากใครจะโกงต้องมีพลังคอมพิวเตอร์มากกว่าคนทั้งโลกรวมกัน ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้
4. ธุรกรรมครั้งแรกและตำนาน Pizza Day
- การส่งเงินครั้งแรก: Satoshi ส่ง 10 BTC ให้กับ Hal Finney นักเขียนโปรแกรมชื่อดังเพื่อทดสอบระบบ
- การซื้อของครั้งแรก: ในปี 2010 ชายชื่อ Laszlo Hanyecz ได้ประกาศขอซื้อพิซซ่า 2 ถาดด้วยเงิน 10,000 BTC (ซึ่งในขณะนั้นไม่มีมูลค่า แต่ปัจจุบันมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท) เหตุการณ์นี้ถูกจารึกว่าเป็น Bitcoin Pizza Day
5. Satoshi หายตัวไป
หลังจากวางรากฐานเสร็จสิ้น ในปี 2011 Satoshi Nakamoto ก็หยุดเคลื่อนไหวและหายตัวไปจากโลกอินเทอร์เน็ตอย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงซอร์สโค้ดที่เป็น “สมบัติสาธารณะ” (Open Source) ให้คนทั้งโลกช่วยกันพัฒนาต่อ
ทำไม Bitcoin ถึงมีมูลค่าในสายตาเทรดเดอร์?
- มีจำกัด (Scarcity): จะมี Bitcoin เกิดขึ้นเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ไม่สามารถพิมพ์เพิ่มได้เหมือนเงินกระดาษ
- แบ่งแยกได้: 1 BTC แบ่งย่อยได้ถึง 100 ล้านหน่วย (เรียกว่า 1 Satoshi)
- ข้ามพรมแดน: โอนไปไหนก็ได้ในโลกโดยไม่ต้องขออนุญาตใคร
สรุป: Bitcoin ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อการเก็งกำไรในตอนแรก แต่ถูกสร้างมาเพื่อเป็น “ทางเลือก” ของระบบการเงินที่โปร่งใสและยุติธรรมสำหรับทุกคนครับ