ถ้าดอลลาร์สหรัฐ (USD) คือราชาของโลกการเงิน เงินยูโร (EUR) ก็คืออัศวินผู้ทรงอิทธิพลอันดับ 2 ของโลก นี่ไม่ใช่แค่สกุลเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เป็นเงินสกุลร่วมที่ใช้ในกลุ่มประเทศยุโรปกว่า 20 ประเทศ (ที่เรียกว่า Eurozone) การเข้าใจ EUR จึงไม่ได้หมายถึงการเข้าใจแค่ประเทศเดียว แต่คือการเข้าใจภาพรวมของทวีปยุโรป
1. EUR คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ?
- สกุลเงินสำรองอันดับ 2: ธนาคารกลางทั่วโลกถือครองเงินยูโรไว้เป็นเงินสำรองรองจากดอลลาร์
- สภาพคล่องสูงมาก: มีการซื้อขายมหาศาลในทุกวัน ทำให้ค่าธรรมเนียม (Spread) ในการเทรดมักจะถูกที่สุดเมื่อเทียบกับคู่อื่น
- ตัวแทนเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่: เมื่อคุณเทรด EUR คุณกำลังเดิมพันกับความมั่งคั่งของเยอรมนี (พี่ใหญ่), ฝรั่งเศส, อิตาลี และสมาชิกอื่นๆ
2. ปัจจัยที่ทำให้ค่าเงิน EUR “แข็งค่า” หรือ “อ่อนค่า”
ในฐานะมือใหม่ คุณต้องรู้ว่าค่าเงินไม่ได้ขยับเพราะโชคช่วย แต่ขยับเพราะ “แรงขับเคลื่อน” เหล่านี้ครับ
ก. นโยบายการเงินจาก ECB (European Central Bank)
ธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB คือผู้ควบคุมปริมาณเงินและดอกเบี้ยของ EUR
- ดอกเบี้ยขึ้น = EUR แข็งค่า: เมื่อ ECB ขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนจะอยากเอาเงินมาฝากหรือลงทุนในยุโรปมากขึ้น เพราะได้ผลตอบแทนสูงขึ้น ความต้องการเงินยูโรจึงเพิ่มขึ้น
- ดอกเบี้ยลง = EUR อ่อนค่า: เมื่อดอกเบี้ยต่ำ นักลงทุนจะย้ายเงินไปหาที่อื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
ข. ตัวเลขเศรษฐกิจ (โดยเฉพาะของเยอรมนี)
เนื่องจากเยอรมนีเป็นระบบเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ข้อมูลเศรษฐกิจของที่นี่จึงส่งผลต่อ EUR มากที่สุด:
- GDP (การเติบโต): ถ้าเศรษฐกิจดี ยูโรก็น่าสนใจ
- CPI (เงินเฟ้อ): ถ้าเงินเฟ้อพุ่งสูงเกินไป ECB อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสกัด (ทำให้ EUR แข็งค่าในระยะสั้น)
- PMI (ดัชนีภาคการผลิต): ตัวเลขนี้บอกว่าโรงงานในยุโรปยังเดินเครื่องดีอยู่ไหม ถ้าดี ยูโรก็มักจะบวก
ค. ความมั่นคงทางการเมืองและการรวมกลุ่ม
นี่คือจุดอ่อนและจุดแข็งของ EUR:
- ความขัดแย้งภายใน: หากมีข่าวว่าประเทศสมาชิกอยากถอนตัวจากสหภาพยุโรป (เหมือนกรณี Brexit ของอังกฤษในอดีต) หรือมีความขัดแย้งเรื่องงบประมาณระหว่างประเทศสมาชิก ค่าเงินยูโรจะ “อ่อนค่า” ทันทีเพราะความเชื่อมั่นลดลง
- วิกฤตพลังงาน: ยุโรปนำเข้าพลังงานเยอะ (เช่น ก๊าซจากรัสเซีย) หากราคาพลังงานพุ่งสูงหรือมีการปิดท่อส่งก๊าซ ต้นทุนการผลิตจะพุ่งและทำให้เศรษฐกิจแย่ลง ส่งผลให้ยูโรอ่อนค่าได้
3. ตารางสรุป: สิ่งที่ส่งผลกระทบต่อ EUR
| ปัจจัย | ถ้าตัวเลข/ข่าวออกมา “ดี” | ผลต่อ EUR |
| อัตราดอกเบี้ย (ECB) | ปรับขึ้น / ส่งสัญญาณขึ้น | แข็งค่า (Up) |
| ความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (ZEW/IFO) | สูงกว่าคาด | แข็งค่า (Up) |
| การเมืองในยุโรป | มีความสามัคคี / เลือกตั้งราบรื่น | แข็งค่า (Up) |
| สงคราม / วิกฤตพลังงาน | สถานการณ์ตึงเครียด | อ่อนค่า (Down) |
4. เคล็ดลับสำหรับมือใหม่: “EUR ไม่ได้เดินลำพัง”
ในการเทรดคู่ EUR/USD คุณต้องจำไว้ว่ามันคือการแข่งม้า 2 ตัว:
- บางครั้งข่าว EUR ออกมาดีมาก แต่กราฟกลับไม่วิ่งขึ้น นั่นอาจเป็นเพราะฝั่ง USD (ดอลลาร์) มีข่าวที่แรงกว่าและแข็งค่ามากกว่า
- ช่วงเวลาทอง: ช่วงที่ EUR วิ่งแรงที่สุดคือตอน “ตลาดลอนดอนเปิด” (ประมาณ 14:00 – 15:00 น. เวลาไทย) เพราะเป็นเวลาที่ธนาคารในยุโรปเริ่มทำธุรกรรมมหาศาล
สรุปสั้นๆ: ถ้าอยากเทรด EUR ให้เก่ง ให้ตามข่าว ดอกเบี้ย ECB และดู เศรษฐกิจเยอรมนี เป็นหลักครับ